องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิไพศาล

นางสาวกัญญาภัค ศิลปะรายะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิไพศาล

“พระไพศาลฯ พ่อเมืองศักดิ์สิทธิ์ วิถีชีวิตเผ่าโบราณ สืบสานด้านภาษา รักษาวัฒนธรรม
มีค่าล้ำอ่างหินชะแนน งามเหลือแสนผ้าทอมือ ยึดถือผีปู่ตา ร่วมพัฒนาสู่อาเซียน”

คือ คำขวัญของตำบลโพธิไพศาล ซึ่งอยู่ในความดูแลของ องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิไพศาล อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร โดยตั้งอยู่ทิศเหนือของอำเภอกุสุมาลย์

ปัจจุบันมีนางสาวกัญญาภัค ศิลปะรายะ ดำรงตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิไพศาล และมีนายกิตติ อ่อนสี และ นางเกษร นุชชาติ ดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิไพศาล โดยมีนายธาตรี อินทรพุฒ เป็น ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิไพศาล

วิสัยทัศน์การพัฒนา
คณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิไพศาล ได้บริหารงานให้บรรลุวิสัยทัศน์การพัฒนาที่ว่า
“ คมนาคมสะดวกปลอด ภัยห่างไกลอบายมุข สุขภาพดี
มีการศึกษาน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงลือเลื่องวัฒนธรรม ก้าวนำสู่อาเซียน”

ประวัติความเป็นมาของตำบลโพธิไพศาล
ชาวไทโส้อำเภอกุสุมาลย์ มีต้นกำเนิดอพยพมาจากเมืองมหาชัย แขวงคำม่วน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในราวปี พ.ศ. 2381 ราชวงศ์คำได้รับการแต่งตั้งเป็นพระยา-ประเทศธานีเจ้าเมืองสกลนคร ได้นำกำลังไพร่พลไปเกลี้ยกล่อมเอาครอบครัวหัวเมืองลาวที่ค้างอยู่ที่ฟากฝั่งแม่น้ำโขงด้านทิศตะวันออกให้ข้ามมา เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสนับสนุนของกองทัพญวณ

ต่อมาในปี พ.ศ 2505 เมืองกุสุมาลย์ เป็นกิ่งอำเภอกุสุมาลย์และเป็นอำเภอกุสุมาลย์ ในปี พ.ศ.2510 ส่วนเมืองโพธิไพศาลนั้นก็ยังเป็นตำบลโพธิไพศาล ขึ้นกับอำเภอกุสุมาลย์จนถึงปัจจุบัน

ข้อมูลทั่วไป
ตำบลโพธิไพศาล
มีเนื้อที่ทั้งหมด 86 ตารางกิโลเมตรสภาพภูมิประเทศมีลักษณะเป็นพื้นที่ราบ คิดเป็นร้อยละ 90 ของพื้นที่ตำบลทั้งหมด มีแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรม คือ อ่างเก็บน้ำห้วยหินชะแนนใหญ่ (โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ) ซึ่งได้ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร จำนวน 8,000 ไร่

การปกครอง
ตำบลโพธิไพศาล แบ่งการปกครองเป็น 16 หมู่บ้าน จำนวน 2,694 ครัวเรือน รวมจำนวนประชากรทั้งสิ้น 10,083 คน ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา และมีอาชีพเสริมคือปลูกพริก และทอผ้า

รู้จักชาวไทโส้
ชาวไทโส้มีภาษาพูดเป็นของตนเอง แต่ไม่มีภาษาเขียน มีความเชื่อทางไสยศาสตร์ ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักและมีอุปนิสัยชอบแยกอาศัยตามกลุ่มของตนเอง

• ประเพณีและพิธีกรรม
ชาวโส้มีความเชื่อในเรื่องของสิ่งที่เหนือธรรมชาติ เพื่อเป็นที่พึ่งทางจิตใจ กล่าวคือ ชาวโส้มักจะเชื่อเรื่องผี ซึ่งบ้านชาวโส้ส่วนใหญ่มักจะมีห้องหนึ่ง ที่เป็นที่อยู่ของผีบรรพบุรุษ ที่เรียกว่า “เน่าะ” จึงมีพิธีกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผี ดังนี้

1. พิธีเหยา เพื่อบูชาหรือบวงสรวงผีที่ตนนับถือ เช่น ผีมูลผีน้ำ โดยการเหยานั้นจะมีหมอเหยาเป็นเสมือนผู้สื่อสารกับผีที่ตนนับถือ เช่น เหยาเพื่อรักษาอาการเจ็บ            ป่วยที่ไม่ทราบสาเหตุเหยาแซงซะนาม (เหยาเลี้ยงผี)
2. พิธีบวงสรวงผีปู่ตา
3. พิธีซางกะมูจ เป็นพิธีกรรมส่งวิญญาณผู้ตายในงานศพ
4. พิธีตัดกรรม ทำให้ผู้ตายเมื่อนำศพไปที่ป่าช้า
5. พิธีจยาซะลา เป็นพิธีบวงสรวงผีเจ้าป่าเจ้าเขา หลังจากที่ล่าสัตว์ได้แล้ว จะแล่เนื้อสัตว์นั้นวางลงบนใบไม้ แล้วเชิญให้ผีเจ้าป่ามากิน
6. พิธีแซงซะนาม เป็นประเพณีการเลี้ยงผีประจำปีของหมอเหยาแต่ละกลุ่ม
7. พิธีกรรมการเสี่ยงทาย อะแต็ฮอะเซียวอ์ ใช้เสี่ยงทายอาการเจ็บป่วยว่าเกิดจากสาเหตุใดและหาทางแก้ไขตามประเพณีความเชื่อ
8. ประเพณีอะบรางดง (กินข้าวใหม่) ช่วงประมาณเดือน 11 ของทุกปี ชาวโส้ที่ถือผี หรือที่เรียกว่า จ้ำผี จะมีพิธีอะบรางดงเพื่อเอาข้าวใหม่ที่ได้จากการทำนา มา            เลี้ยงให้ผีประจำตระกูลได้กินก่อน โดยมีความเชื่อว่า ถ้าไม่ทำ จะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีต่อวงศ์ตระกูลของตน
9. ประเพณีปีใหม่โส้ ตรงกับวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี ซึ่งในวันนั้นจะทำพิธีเรียกขวัญข้าว ผูกเขาวัวควาย ผูกข้อมือลูกหลานทุกคนในครอบครัว

• อาชีพ
ชาวโส้ส่วนใหญ่มีอาชีพหลักคือ การทำนาปลูกข้าวเหนียวและข้าวจ้าว ทั้งนาปีและนาปรังตลอดทั้งทำสวนพริก ซึ่งปัจจุบันชาวโส้ในท้องที่ตำบลโพธิไพศาล ตำบลกุสุมาลย์ ตำบลนาโพธิ์จะปลูกพริกหลังจากฤดูเก็บเกี่ยวข้าว จนเป็นแหล่งผลิตพริกที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดสกลนคร ในปัจจุบันชาวโส้มีอาชีพหลากหลาย ทั้งรับราชการ รับจ้าง และไปทำงานต่างถิ่น เป็นต้น

• การละเล่น
การละเล่นของชาวโส้มักจะประยุกต์จากพิธีกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ และวิถีชีวิตที่มีความสนุกสนาน ความสามัคคีในชุมชน การละเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวโส้มีดังนี้
1. การรำโส้ทั้งบั้ง เป็นการละเล่นที่ประกอบไปด้วย นักดนตรีกลอง แคน พิณ นางรำที่ใช้ไม้ไผ่กระทุ้งให้เข้าจังหวะกับดนตรีโดยประยุกต์จากพิธีกรรมการเหยา การซางกะมูจ และพิธีจยาซะลาเข้าด้วยกัน
2. การเล่นลายกลอง เป็นการละเล่นที่มีการผสมผสานลีลาของการรำมวยและตีกลองให้เข้าตามจังหวะ มักจะเล่นในงานบุญประเพณีต่างๆ ตำนานของมือลายกลองของชาวโส้บ้านโพธิไพศาลมีหลายท่าน ได้แก่ นายหา รันพิศาล นายเขียว จูมไม้เมือง นายลา ระนิอินทร์ นายประเวท ชิตบุตร นายทองสวัสดิ์ นินจันทร์บุตร เป็นต้น

• การแต่งกาย
ชาวโส้ในสมัยโบราณ ชายมักจะสักลายตามลำตัวตามขา เพื่อบ่งบอกถึงความเป็นชายชาตรี นุ่งโสร่ง นุ่งผ้าขาวม้า หรือกางเกง “โซงญุม” สวมเสื้อผ้าสีดำหรือสีกรมท่า คาดเอวด้วยผ้าขาวม้าหรือเปร่แก็บ ในงานรื่นเริงจะนุ่งกางเกงสีดำ แล้วนุ่งทับด้วยจะลาย (ผ้าทอยกเก็บลาย) คล้ายเปร่เก็บแต่มีผืนใหญ่กว่า และสวมหมวกใบตาล
ส่วนผู้หญิงมักจะใส่เสื้อสีดำย้อมคราม แขนกระบอกเลยข้อศอกลงมาเล็กน้อย ผ่าอก ขลิบแดง ปล่อยให้เลยชายเสื้อลงไป 2-3 นิ้ว กระดุมเงินกลมหรือเงินเหรียญเท่าที่หาได้ ชายเสื้อด้านข้างแหวกชายสองข้าง ใช้ด้ายแดงตกแต่งขอบชายเสื้อคอเสื้อ และปลายแขน ชายเสื้อจะมีด้ายแดงปล่อยให้เลยห้อยลงมาตรงเอวทั้งสองด้าน 2-3 ปอย ผ้านุ่งใช้ผ้ามัดหมี่ ฝ้ายสีน้ำเงิน-ขาว ต่อเชิง และหัวผ้าซิ่นทำด้วยผ้าแถบสีสันสวยงามทรงผมผู้หญิงจะเกล้ามวยสูง เรียกว่า “มะย่วล” ในงานพิธี มักนุ่งผ้าไหม ใส่กำไลข้อมือ ข้อเท้า สร้อยเงิน ตุ้มหู ตามฐานะห่มสไบทับเสื้อ แต่ในปัจจุบันมีการแต่งกายตามสมัยนิยมเป็นส่วนมาก

• งานฝีมือ
การทอผ้า ชาวโส้มีการทอผ้าที่เป็นลวดลายและเอกลักษณ์ของตนเอง เช่น ผ้ามัดหมี่ ผ้าห่มธรรมดา ผ้าห่มที่มีลวดลาย(แญอเอือ) ผ้าแพร (แปร่แก็บ) ผ้าถุง ลายผ้าถุง (จะกัด) ผ้าถุงซับใน (จะกัด จ่วาน) มักทอเป็นสีขาวล้วน
การจักสาน ชาวโส้จะใช้ไม้ไผ่ซาง ไม้ไผ่ไล่ ไม้ไผ่บ้าน (ไผ่สีสุก) สานตะกร้า กระบุงหรือสิ่งของเครื่องใช้ในครัวเรือน รวมทั้งใช้ใบเตยป่าสานเสื่อ

• อาหาร
ชาวโส้ส่วนใหญ่นิยมบริโภคอาหารที่หามาได้ตามท้องถิ่น ตามฤดูกาล ทั้งพืชและสัตว์ ปลา เนื้อ กบ เขียด หน่อไม้ ผักต่างๆชาวโส้จะทำอาหารง่ายๆ เช่น ต้ม ลาบ แกง นึ่ง หมก ย่าง เผา การแกงหน่อไม้ของชาวโส้จะต่างจากแกงหน่อไม้ของชาวลาวชาวภูไท ที่แกงหน่อไม้ใส่ผัก แต่ชาวโส้มักจะใส่ปลา กบหรือเขียดด้วย

การถนอมอาหาร ในสมัยโบราณเมื่อชาวโส้ล่าสัตว์ได้มากๆ จะนิยมถนอมอาหารที่เป็นเนื้อโดยการหมักเกลือผสมกับปลายข้าวหรือข้าวสารเหนียว รวมทั้งใส่หน่อไม้สับเป็นท่อนเล็กทุบๆ ให้แตก แล้วเก็บไว้ในไหปิดไว้ให้สนิท เมื่อต้องการรับประทานก็จะเปิดออกมาปรุงทำอาหารตามต้องการ ซึ่งชาวโส้เรียกว่า “ตะโละ”

 

          

 

• สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ล่องแพอ่างเก็บน้ำห้วยหินชะแนน

 

 

ปัจจุบัน มีการจัดเก็บรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับประวัติการตั้งถิ่นฐาน วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม และประเพณีของชาวไทยโส้ ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของชาวโพธิไพศาล ที่ “ศูนย์วัฒนธรรมไทโส้” ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณที่ว่าการอำเภอกุสุมาลย์

Visitors: 22,320